ธุรกิจค้าปลีกอยู่ใน 10% ล่างสุดเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในด้านสุขภาพจิตในสถานที่ทำงาน โดยพนักงานมากกว่า 80% ให้ข้อมูลว่าสุขภาวะทางจิตใจของตนเองแย่ลงจากการทำงาน และผลกระทบทางธุรกิจก็มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง อัตราการลาออกในธุรกิจค้าปลีกทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ที่ประมาณ 20–40% แต่การตระหนักถึงปัญหาเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น ปัญหาสำคัญคือการขาดข้อมูลเชิงระบบว่า ความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตกระจุกตัวอยู่ที่ใด ทำให้การจัดสรรทรัพยากรมักอิงจากการคาดเดามากกว่าหลักฐาน ส่งผลให้เกิดโครงการดูแลสุขภาวะแบบกว้าง ๆ ที่มักเข้าถึงเฉพาะพนักงานที่มีส่วนร่วมอยู่แล้ว แต่กลับเข้าไม่ถึงพนักงานที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด
.png?width=250&height=300&name=Retail%20industry%20cover%20(TH).png)
ดาวน์โหลดกรณีศึกษานี้ เพื่อดูว่าองค์กรค้าปลีกชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของพนักงานในฐานะการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจอย่างไร
- องค์กรค้าปลีกสินค้าลักชัวรีระดับภูมิภาคแห่งหนึ่งที่มีอัตราการลาออกต่อปีสูงถึง 50% ได้จัดทำเคสธุรกิจ (Business Case) เชิงตัวเลขเพื่อแสดงผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) จากการฝึกอบรมผู้จัดการ แม้ลดอัตราการลาออกของพนักงานลงได้เพียง 1%
- องค์กรค้าปลีกแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นในอินโดนีเซียพบว่าพนักงานจำนวน 67% มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต และ 28% เคยประสบกับการกลั่นแกล้งในที่ทำงาน ซึ่งทำให้บริษัทสามารถนำโครงการฝึกอบรมผู้จัดการมาใช้ได้อย่างตรงจุด
- เครือซูเปอร์มาร์เก็ตระดับประเทศแห่งหนึ่งสามารถเห็นโปรไฟล์ความเสี่ยงระดับสาขา ที่ครอบคลุมตามตำแหน่งงาน กลุ่มประชากร และอายุงาน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้บริหารไม่เคยคาดคิดมาก่อน