Skip to content
นัลลูรี่< 1 min read

เคล็ดลับประสิทธิภาพการทำงาน-รู้จักการมีสติเพื่อทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การมีสติในเชิงแนวคิดและการปฏิบัติอาจฟังเหมือนไม่มีน้ำหนักในความรู้สึกแรกสำหรับบางคน แต่มันเป็นแนวปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในที่ทำงาน โดยมี CEO และบริษัทอย่างกูเกิ้ลและไนกี้ได้นำแนวปฏิบัติฝึกการมีสติไปใช้ในที่ทำงานเพื่อเสริมสร้างสุขภาพและประสิทธิภาพให้กับพนักงาน และผลลัพธ์ที่มีตัวเลขและงานวิจัยทางวิทยาศาตร์สนับสนุนอาจเชิญชวนให้คุณลองทำดูด้วยตัวเอง

 

การมีสติคืออะไร

เคยไหมที่คุณปล่อยวันนึงผ่านไป เหมือนกับว่าใจและกายอยู่กันคนละที่ในเวลาเดียวกัน ตัวอย่างเช่น คุณอาจกำลังกินมื้อเที่ยงโดยไม่รู้รสชาติ โดยใจของคุณคิดถึงแต่เรื่องงานที่คุณยังทำไม่เสร็จ มีกี่ครั้งที่การเดินทางไปทำงานเป็นการทำไปด้วยโหมดอัตโนมัติโดยร่างกายเคลื่อนไหวไปแบบไม่ได้สนใจดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นรอบตัวคุณ

เราประหลาดใจว่าเวลาผ่านไปรวดเร็วโดยที่เราไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ แต่ก็นั่นแหละ เราไม่ทันได้สังเกตเพราะเราไม่ได้ให้ความสนใจ

และนั่นคือเวลาที่เหมาะสมที่ควรมีสติ

การมีสติคือการกระทำด้วยความตั้งใจที่จะโฟกัสกับประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและมองดูมันโดยไม่ตัดสิน ความสำคัญอยู่ที่การให้ความสนใจว่ามีอะไรเกิดขึ้นรอบตัวของคุณโดยไม่ ก) ครุ่นคิดอยู่กับเรื่องในหัว หรือ ข) โดนดึงความสนใจไปที่อื่น

 

การมีสติช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพได้อย่างไร

การมีสติเพิ่มประสิทธิภาพได้ด้วยการสร้างเสริมองค์ประกอบสำคัญที่จำเป็นสำหรับประสิทธิภาพ นั่นคือ การโฟกัส มีกี่ครั้งที่คุณรู้สึกรับไม่ไหวแล้วในขณะที่ทำโปรเจกต์อยู่เพราะคุณเริ่มกังวลถึงผลลัพธ์ หรือโดนกวนในระหว่างทำงานเพราะคุณไม่สามารถหยุดคิดถึงประชุมสำคัญที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ได้

การมีสติช่วยลดอาการวอกแวกในเวลาทำงาน ทำให้คุณโฟกัสที่งานที่คุณทำอยู่เป็นหลัก แต่การโฟกัสในงานที่ทำอยู่ไม่ได้หมายความว่าต้องเพิกเฉยต่อสิ่งที่เข้ามาไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการสังเกตเห็นเมลในกล่องเมลหรือข้อความที่เพื่อนร่วมงานส่งถึง การมีสติคือการรับทราบว่ามีอีเมลและข้อความส่งถึงและแบ่งเวลาที่จะจัดการกับมันหลังจากที่คุณได้ทำงานที่กำลังทำอยู่เสร็จก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สิ่งเหล่านั้นเบี่ยงเบนความสนใจของคุณออกจากงานหลัก

การมีสติยังช่วยเรื่องการผัดวันประกันพรุ่งด้วย มีหลายคนผัดผ่อนงานเพราะมีความกังวลเรื่องผลลัพธ์ของโปรเจกต์ จนต้องเริ่มงานล่าช้าออกไปเนื่องจากความรู้สึกว่างานมีความยากเย็น

การมีสติช่วยให้คนโฟกัสอยู่กับปัจจุบัน ดึงเขาออกจากความหงุดหงิดกับความล้มเหลวในอดีตหรือความเครียดต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มันช่วยให้เขาเริ่มทำงานได้โดยไม่แบกรับความกังวลที่อาจเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าได้

 

ประโยชน์อื่น ๆ ของการมีสติ

การมีสติได้รับการพิสูจน์ว่าช่วยลดความเครียดและเพิ่มคุณภาพการนอนได้ดีขึ้น ในการศึกษาสถานที่ทำงาน พนักงานอาสา 239 รายถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่มแบบสุ่ม กลุ่มหนึ่งปฏิบัติตามโปรแกรมโยคะบำบัดในที่ทำงานเพื่อลดความเครียด อีกกลุ่มทำตาม 1 จาก 2 โปรแกรมที่ยึดตามแนวคิดการมีสติ และกลุ่มสุดท้ายจัดไว้เป็นกลุ่มควบคุมที่มีส่วนร่วมในการประเมินเท่านั้น ผลการศึกษาระบุว่ากลุ่มที่ใช้โปรแกรมเกี่ยวกับกายและจิตมีผลการพัฒนาที่ดีขึ้นมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญในเรื่องความเครียดและคุณภาพการนอนหลับเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม

การฝึกสติยังแสดงให้เห็นถึงสุขภาวะและความสุขโดยรวมที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพอย่างไม่ได้ตั้งใจอีกด้วย

คุณจะฝึกสติได้อย่างไร

ดูแบบฝึกหัดฝึกสติ 3 นาทีเพื่อสังเกตสภาวะทางกายในปัจจุบันของคุณอย่างรวดเร็วและเรียนรู้ที่จะรู้สึกเชื่อมั่นเมื่อใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทีละส่วน 

วิธีที่มักใช้เพื่อกระตุ้นสภาวะการเกิดสติคือการทำสมาธิและเทคนิคการผ่อนคลาย แต่แม้ไม่ได้ฝึกทำสมาธิ คุณก็สามารถฝึกสติได้โดยแค่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ ให้จดบันทึกว่าคุณรู้สึกอย่างไรในเวลานั้น ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการกระทำของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการลูบน้องแมวของคุณ กินของว่าง หรือแม้กระทั่งการไปเดินเล่นสั้น ๆ ตราบเท่าที่คุณรู้สึกอยู่กับเวลาปัจจุบันและสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ และนั่นเองเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดสติ

การมีสติ  o ประสิทธิภาพการทำงาน

 

บทความนี้นำเสนอโดยนัลลูรี่ นัลลูรี่ช่วยให้คุณพัฒนานิสัยไลฟ์สไตล์ที่มีสุขภาพดี บรรลุผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่มีความหมาย และมีสุขภาพที่ดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้นผ่านการโค้ชเฉพาะบุคคล โปรแกรมที่มีโครงสร้าง บทเรียนที่เรียนรู้ด้วยตนเอง เครื่องมือและอุปกรณ์ด้านสุขภาพ ดาวน์โหลดแอปนัลลูรี่เลยวันนี้ หรือติดต่อ hello@naluri.life สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากการโค้ชสุขภาพและการบำบัดแบบดิจิทัลเพื่อเป็นตัวคุณที่มีความสุขมากขึ้น มีสุขภาพดีขึ้น

You may also like