---
title: "มะเร็งเต้านม: วิธีระบุและจัดการอาการมะเร็งเต้านม"
description: 2 ปัจจัยความเสี่ยงสำคัญที่สุดสำหรับมะเร็งเต้านมคือการเป็นผู้หญิง และอายุที่มากขึ้น ต่อไปนี้เป็นคำถามที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับโรค
---

[บทความ - สุขภาพจิต, ความยืดหยุ่น - นัลลูรี่ ](https://www.naluri.life/th/community/articles)

# [มะเร็งเต้านม: วิธีระบุและจัดการอาการมะเร็งเต้านม](https://www.naluri.life/th/community/articles/มะเร็งเต้านม-วิธีระบุและจัดการอาการมะเร็งเต้านม)

 เขียนโดย [นัลลูรี่](https://www.naluri.life/th/community/articles/author/naluri) - 4 ส.ค. 2023, 6:27:50

มะเร็ง o สุขภาพผู้หญิง 

มะเร็งเต้านมได้รับความสนใจอยู่บ้างและมีเหตุผลที่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันเป็นมะเร็งที่พบได้มากที่สุดในกลุ่มผู้หญิงทั่วโลกโดยมี[จำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในผู้หญิงชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้](https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4789872/)

สิ่งที่คุณควรรู้มีดังนี้

**มะเร็งเต้านมคืออะไร**

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เริ่มเกิดขึ้นที่เต้านม มันเริ่มจากการที่มีเซลล์เต้านมกลายพันธุ์มากขึ้นจนควบคุมไม่ได้ มะเร็งเต้านมมีหลายชนิดและชนิดของมะเร็งจะถูกกำหนดโดยดูว่าเซลล์เต้านมใดได้กลายเป็นเซลล์มะเร็ง

เต้านมในผู้หญิงประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ๆ:

1. โลบูล: ต่อมน้ำนม
2. ท่อน้ำนม: ท่อที่ลำเลียงน้ำนมไปยังหัวนม
3. เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน: เนื้อเยื่อเส้นใยและไขมันที่ช่วยพยุงทุกส่วนไว้ด้วยกัน

มะเร็งเต้านมโดยส่วนใหญ่เกิดจากท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนมและสามารถกระจายนอกส่วนเต้านมผ่านทางหลอดเลือดและต่อมน้ำเหลือง เวลาที่มะเร็งเต้านมกระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย เราเรียกว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย หรือเรียกว่ามะเร็งเต้านมระยะที่ 4 โดยมักจะกระจายไปที่ตับ สมอง กระดูก หรือปอด

**เป็นเรื่องจริงหรือไม่ที่ว่ามีเพียงผู้หญิงสูงวัยหรือคนที่มีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านมเท่านั้นที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม**

จริงอยู่ว่าความชราและพันธุกรรมมีส่วนต่อพัฒนาการของมะเร็งเต้านม [แต่คนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมโดยส่วนใหญ่ไม่เคยมีประวัติว่าคนในครอบครัวเป็น](https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5511313/) นั่นแสดงว่ายังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อการเป็นมะเร็งเต้านม แต่แพทย์ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมมะเร็งเต้านมจึงเกิดขึ้นกับคนคนหนึ่งแต่ไม่ใช่กับอีกคนหนึ่ง

**อะไรเป็นสาเหตุทำให้ผู้หญิงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น**

การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในกลุ่มผู้หญิงชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเชื่อมโยงกับการใช้[ไลฟ์สไตล์และการทานอาหารแบบชาวตะวันตกมากขึ้น](https://www.karger.com/Article/Fulltext/441818) โดยรวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นด้านอื่น อาทิ การมีลูกในอายุที่มากขึ้นหรือมีลูกน้อยลง ให้นมบุตรในระยะเวลาที่สั้นลง มีพฤติกรรมเนือยนิ่งมากขึ้น บริโภคไขมันมากขึ้นและทานอาหารดั้งเดิมน้อยลงไม่ว่าจะเป็นข้าว ผักสด และถั่วเหลือง ([มีความเชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งเต้านม](https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/18182974/)) ตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมี[อัตราการเกิดมะเร็งเต้านมสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้](https://www.genre.com/knowledge/publications/ri16-4-en.html) (65 ต่อ 100,000 คน)

**หมายความว่าการมีไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพและการเลือกทานอาหารสามารถตัดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมได้ใช่หรือไม่**

ไม่นะ มันไม่ได้ตัดออกไปเลย แต่การมีไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพและทานอาหารที่เป็นประโยชน์สามารถลดความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมได้

เนื่องจากความเสี่ยงไม่สามารถถูกกำจัดไปโดยสิ้นเชิงได้ แต่เราสามารถมันลดได้ สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การตรวจคัดกรอง/แมมโมแกรม ตรวจเต้านมตัวเอง และสนใจสังเกตดูการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเต้านมซึ่งถือเป็นการตรวจหาความผิดปกติแต่เนิ่น ๆ

ความเปลี่ยนแปลงที่ต้องสังเกตดูคือ:

- ก้อนหรือเนื้อเยื่อที่หนาขึ้นที่ทำให้รู้สึกแตกต่างจากเดิม
- เจ็บและตึงเต้านม
- ผิวบริเวณเต้านมเป็นสีแดงและเป็นหลุม
- เต้านมทั้งหมดหรือบางส่วนมีอาการบวม
- มีสารบางอย่างหลั่งออกจากหัวนม
- ผิวล่อน ลอก หรือเป็นขุย
- หัวนมที่บุ๋มเข้าไป
- มีความเปลี่ยนแปลงในรูปลักษณ์
- ด้านใต้แขนมีอาการบวม

แนะนำให้ผู้หญิงอายุมากกว่า 40 ปีทำการตรวจแมมโมแกรมประจำปี โดยเฉพาะถ้ามีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นโรค

**การสวมใส่เสื้อชั้นในและการใช้ยาระงับกลิ่นกายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมหรือไม่**

มีทฤษฎีระบุว่าเสื้อชั้นในเสริมโครงเหล็กและยาระงับกลิ่นกายมีผลต่อการไหลเวียนของน้ำเหลืองและทำให้เกิดการสะสมของสารพิษในต่อมน้ำเหลืองได้ อย่างไรก็ตาม [ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนข้อสรุป](https://cebp.aacrjournals.org/content/23/10/2181?sid=201973b9-7f7e-45f9-876f-3fd40263a00b)ที่ว่าเสื้อชั้นในเสริมโครงเหล็กจะไปจำกัดการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายโดยผ่านระบบน้ำเหลือง ในทางตรงกันข้าม การศึกษาเกี่ยวกับยาระงับกลิ่นกายบ่งชี้ว่าสามารถ[ทำให้เกิดการสะสมของอะลูมิเนียมในเนื้อเยื่อของเต้านมมากขึ้น](https://doi.org/10.1016/j.ebiom.2017.06.005)แต่มันไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางตรงต่อการเป็นสาเหตุแน่ชัดของมะเร็งเต้านม

ปัจจัยความเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งเต้านมมีดังนี้:

- **การกลายพันธุ์ของยีนแต่กำเนิด**

การกลายพันธุ์สำหรับยีน BRCA1 และ BRCA2 ได้มาจากพันธุกรรม การกลายพันธุ์เหล่านี้ไปเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมและรังไข่

- **ประวัติการสืบพันธุ์**

ระยะเวลาการมีรอบเดือน หมายถึง การหมดประจำเดือนเร็วหรือช้าเป็นตัวเพิ่มช่วงเวลาการผลิตฮอร์โมนในรังไข่ ( เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่สังเคราะห์ภายใน) เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม [การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมน](https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK234348/) การตั้งครรภ์แรกในวัยมากกว่า 30 ปี การไม่ได้ให้นมบุตร และไม่เคยตั้งครรภ์จบครบระยะเวลาเป็นปัจจัยที่เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมด้วยเช่นกัน

- **เนื้อเต้านมที่หนาแน่น**

เนื้อเต้านมที่หนาแน่นมีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันมากกว่าเนื้อเยื่อไขมันทำให้ยากในการมองเห็นเนื้องอกเวลาทำแมมโมแกรม

- **ประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมหรือโรคทางเต้านมอื่น ๆ**

ผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมมักจะกลับมาเป็นมะเร็งเต้านมอีก โรคทางเต้านมที่ไม่ใช่มะเร็ง อาทิ เซลล์เยื่อบุผิวท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนมแบ่งตัวเพิ่มจำนวนมากผิดปกติ หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในแหล่งกำเนิดมักจะสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งที่สูงขึ้น

- **ประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่**

ความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมในผู้หญิงจะมีสูงขึ้นถ้าญาติสายตรงลำดับหนึ่งหรือคนในครอบครัวหลายคนของฝ่ายพ่อหรือแม่เคยเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่

- **ความไม่เคลื่อนไหวร่างกาย**

ผู้หญิงที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้น

- **มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วนหลังช่วงวัยหมดประจำเดือน**

ผู้หญิงสูงวัยที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วนมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมสูงกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวปกติ

- **ทานยาฮอร์โมน**

การบำบัดฮอร์โมนทดแทนบางรูปแบบที่ทานในช่วงวัยหมดประจำเดือนซึ่งรวมถึงชนิดเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมได้

- **ดื่มแอลกอฮอล์**

การศึกษาระบุว่าผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นตามปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่ม

**ทำไมการตรวจหาความผิดปกติได้เร็วจึงสำคัญ**

การตรวจหาความผิดปกติได้เร็วทำให้มีโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและมีทางเลือกทางการรักษาต่าง ๆ ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสของการรอดและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

การตรวจเต้านมด้วยตัวเองเป็นวิธีการตรวจหาความผิดปกติแต่เนิ่น ๆ ที่สุดที่มีการสอนให้กับผู้หญิงทุกคนตั้งแต่ช่วงเข้าสู่วัยรุ่น แม้จะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนที่บอกว่าการตรวจสอบเช่นนี้ทุกเดือนจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิต แต่มันช่วยให้ผู้หญิงตระหนักมากขึ้นถึงรูปลักษณ์และความรู้สึกที่เต้านมควรเป็นโดยปกติ เพื่อสามารถตรวจพบการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติได้ง่ายขึ้นและนำไปสู่การวินิจฉัย

**แมมโมแกรมมีความปลอดภัยหรือไม่**

การตรวจอาจทำให้เจ็บโดยเฉพาะเวลาที่เนื้อเยื่อเต้านมถูกกดระหว่างที่ทำแมมโมแกรม อย่างไรก็ตาม แมมโมแกรมหรือการเอ็กซเรย์เต้านมไม่ได้ทำให้มีความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมมากขึ้นหรือทำให้มีการแพร่กระจาย แม้จะมีปริมาณรังสีเล็กน้อยจากการทำแมมโมแกรม ความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากการสัมผัสรังสีนี้มีต่ำมาก แมมโมแกรมยังคงเป็นมาตรฐานที่ดีที่สุดในการตรวจหามะเร็งเต้านมแต่เนิ่น ๆ

วิธีการตรวจหาความผิดปกติอื่น ๆ ได้แก่:

**การอัลตร้าซาวด์เต้านม**

การอัลตร้าซาวด์เต้านมใช้คลื่นเสียงเพื่อสร้างภาพภายในเต้านมออกทางจอคอมพิวเตอร์ มันสามารถแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงเต้านมบางอย่าง เช่น ถุงน้ำ ซึ่งอาจมองไม่เห็นในเครื่องแมมโมแกรม

**การทำ MRI เต้านม**

การทำ MRI เต้านม (การตรวจด้วยเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า) ใช้คลื่นวิทยุและสนามแม่เหล็กในการสร้างภาพภายในเต้านมที่มีรายละเอียด

**การตรวจชิ้นเนื้อเพื่อการวิจัย**

การตรวจชิ้นเนื้อเพื่อการวิจัยเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการวินิจฉัยมะเร็งเต้านม เป็นการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อและส่งไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อการวิเคราะห์ จากนั้น ห้องปฏิบัติการจะระบุว่าเป็นเซลล์มะเร็งหรือไม่ บอกถึงชนิดเซลล์ที่เกี่ยวข้อง ความรุนแรงของมะเร็ง และระบุว่าเซลล์มะเร็งมีตัวรับฮอร์โมนที่อาจมีผลต่อทางเลือกการรักษาหรือไม่

**มะเร็งเต้านมมีกี่ชนิดและมีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง**

มะเร็งเต้านมมีหลายชนิดและแต่ละชนิดถูกกำหนดโดยเซลล์เต้านมเฉพาะจุดที่มีความผิดปกติ ชนิดของการรักษาที่ผู้ป่วยจะได้รับจะขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งและพื้นที่การแพร่กระจาย

มะเร็งเต้านมแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก:

- แพร่กระจาย – มีการแพร่กระจายจากท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนมไปยังส่วนอื่นของเต้านม
- อยู่ในจุดกำเนิด (ไม่แพร่กระจาย) - ไม่มีการแพร่กระจายจากเนื้อเยื่อที่เป็นจุดเริ่มต้น

มะเร็งเต้านม 2 กลุ่มดังกล่าวบ่งบอกถึงมะเร็งเต้านมชนิดที่พบได้บ่อยดังนี้:

- **มะเร็งที่เกิดในท่อน้ำนมและไม่แพร่กระจาย / Ductal carcinoma in situ (DCIS) **– มะเร็งชนิดไม่ลุกลาม โดยเกิดขึ้นในส่วนท่อน้ำนมเท่านั้น
- **มะเร็งที่เกิดในต่อมน้ำนมและไม่แพร่กระจาย / Lobular carcinoma in situ (LCIS)** – มะเร็งที่เริ่มจากต่อมผลิตน้ำนมที่ยังไม่มีการแพร่ไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียง
- **มะเร็งเต้านมชนิดลุกลามออกนอกท่อน้ำนม / ****Invasive ductal carcinoma (IDC)** - เป็นมะเร็งเต้านมที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเริ่มจากท่อน้ำนมและแพร่ไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียงซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการแพร่สู่อวัยวะใกล้เคียงด้วยเช่นกัน
- **มะเร็งต่อมน้ำนมชนิดลุกลาม / Invasive lobular carcinoma (ILC) **– มะเร็งชนิดนี้เริ่มจากต่อมผลิตน้ำนมแต่ได้มีการลุกลามไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียง
- **มะเร็งเต้านมชนิดที่ไม่มีตัวตอบรับกับฮอร์โมนหรือยีนส์ HER2 / ****Triple-negative breast cancer (TNBC)** - มะเร็งเต้านมที่มีความรุนแรงและลุกลามซึ่งรักษาได้ยาก เซลล์มะเร็งไม่มีตัวรับเอสโตรเจนหรือโปรเจสเตอโรน หรือไม่สามารถผลิตโปรตีนชนิด HER2 (โปรตีนเสริมสร้างความเติบโตนอกเซลล์เต้านมทั้งหมด) เซลล์มะเร็งจะให้ผลเป็น “ลบ” สำหรับการทดสอบทั้ง 3 ตัว
- **มะเร็งเต้านมอักเสบ / Inflammatory breast cancer (IBC)** – มะเร็งเต้านมที่ไม่ได้พบบ่อยและมีลักษณะไม่เหมือนมะเร็งเต้านมปกติ แทนที่จะมีก้อนจะมีอาการเป็นผื่นอักเสบ มันทำให้เต้านมบวมและบุ๋มหรือผิวบริเวณเต้านมหนาตัวจนดูหรือรู้สึกเหมือนผิวเปลือกส้ม มันยังมีความรุนแรงมากกว่าด้วยโดยโตและแพร่อย่างรวดเร็วกว่ามะเร็งเต้านมทั่วไปอื่น ๆ
- **มะเร็งที่หัวนม / Paget disease of the nipple** – มะเร็งเต้านมที่เริ่มจากท่อน้ำนมตรงหัวนมที่มีผลต่อผิวและลานหัวนม
- **เนื้องอกเต้านมฟีลโลด์ / Phyllodes tumour** – มะเร็งเต้านมที่พบไม่ได้บ่อยซึ่งโตในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
- **มะเร็ง****แองจิโอซาร์โคมา** / **Angiosarcoma** - มะเร็งที่โตในหลอดเลือดหรือท่อน้ำเหลืองในเต้านม

แผนการรักษาสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายจะพิจารณาตามความจำเป็นและอาจรวมถึงการรักษาชนิดใดชนิดหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งชนิดก็ได้ การรักษาที่ใช้บ่อยได้แก่:

- **การศัลยกรรม **– การผ่าตัดโดยแพทย์ทำการตัดเนื้อเยื่อมะเร็งออก
- **เคมีบำบัด** – การใช้ยาชนิดพิเศษลดจำนวนหรือกำจัดเซลล์มะเร็ง ยาอาจเป็นรูปแบบเม็ดหรือยาฉีดเข้าเส้นเลือด หรือในบางครั้งก็เป็นทั้งสองแบบ
- **ฮอร์โมนบำบัด** – ป้องกันเซลล์มะเร็งไม่ให้ได้รับฮอร์โมนที่ทำให้มันโตได้
- **ชีวบำบัด** – ดูแลระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของคุณเพื่อช่วยต่อสู้เซลล์มะเร็งหรือเพื่อควบคุมผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็งอื่น ๆ
- **รังสีรักษา **- การใช้รังสีพลังงานสูง (คล้ายกับรังสีเอ็กซ์) เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง

ผู้หญิงในทุกกลุ่มอายุจำเป็นต้องใส่ใจเต้านมตนเอง ทำการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง รายงานความเปลี่ยนแปลงที่มีให้แพทย์ทราบและขอให้ตรวจเพื่อยืนยันว่าไม่ใช่มะเร็งเต้านมกรณีที่มีอาการที่สร้างความกังวลใจ แม้ว่ามะเร็งเต้านมมักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงโดยหลัก แต่ผู้ชายเองก็สามารถเป็นได้เช่นกัน ข้อเท็จจริงคือ [ประมาณ 1% ของการวินิจฉัยพบว่ามะเร็งเต้านมมาจากผู้ชาย](https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5351429/)

เป็นเรื่องสำคัญที่จะเข้าใจว่ามะเร็งเต้านมอาจเป็นซ้ำและสามารถมีผลข้างเคียงได้แม้ว่าได้รับการรักษาสำเร็จมาแล้ว ความเจ็บปวดและความตึง เหนื่อยล้า ผิวที่เปลี่ยนไป รู้สึกเสียวและชาที่มือและเท้า อาการหลังวัยหมดประจำเดือน รวมถึงผลข้างเคียงทางจิตและอารมณ์ อาทิ ความวิตกกังวล ความกลัวการเกิดซ้ำ และการเปลี่ยนแปลงด้านความสัมพันธ์ล้วนมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

มะเร็ง o มะเร็งเต้านม

[cancer](https://resources.naluri.net/blog/tag/cancer?hsLang=th)[breast cancer](https://resources.naluri.net/blog/tag/breast+cancer?hsLang=th)

 

บทความนี้ถูกนำเสนอโดยนักโค้ชสุขภาพจิตของ Naluri แพลตฟอร์ม Naluri เสริมให้คุณพัฒนานิสัยการดูแลสุขภาพที่ดี เรียบเรียงผลลัพธ์สุขภาพที่มีความหมาย และสร้างความเป็นสุขและสุขใจผ่านการโค้ชที่ประเมินและกำหนดเป้าหมายให้บุคคล โดยมีการเรียนรู้ที่ตั้งโครงสร้าง บทเรียนที่นำตัวเอง และเครื่องมือและอุปกรณ์ทางสุขภาพที่ช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้น ดาวน์โหลดแอป Naluri ได้ทันทีหรือติดต่อ [hello@naluri.life](mailto:hello@naluri.life) เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บริการโค้ชและการรักษาดิจิตออนไลน์เพื่อเป็นคนที่มีความสุขและมีสุขภาพที่ดีขึ้น

[ดูโพสต์ฉบับเต็ม](https://www.naluri.life/th/community/articles/มะเร็งเต้านม-วิธีระบุและจัดการอาการมะเร็งเต้านม)

```json
{
  "@context" : "http://schema.org",
  "@type" : "BlogPosting",
  "author" : {
    "@type" : "Person",
    "name" : "นัลลูรี่"
  },
  "dateModified" : "2024-11-18T08:27:46.135Z",
  "datePublished" : "2023-08-04T06:27:50Z",
  "headline" : "มะเร็งเต้านม: วิธีระบุและจัดการอาการมะเร็งเต้านม",
  "image" : {
    "@type" : "ImageObject",
    "height" : 875,
    "url" : "https://3801355.fs1.hubspotusercontent-na1.net/hubfs/3801355/Breast%20Cancer.png",
    "width" : 1750
  },
  "mainEntityOfPage" : "https://www.naluri.life/th/community/articles/มะเร็งเต้านม-วิธีระบุและจัดการอาการมะเร็งเต้านม",
  "publisher" : {
    "@type" : "Organization",
    "logo" : {
      "@type" : "ImageObject",
      "height" : 60,
      "url" : "/hs/hsstatic/content_shared_assets/static-1.4092/img/default-amp-logo.png",
      "width" : 60
    },
    "name" : "บทความ"
  }
}
```