---
title: สุขภาพจิตในที่ทำงาน และผลเสียจากการฝืนทำงานที่คนมักไม่รู้
description: Discover the hidden costs of 'powering through' at work and learn how pausing can boost mental well-being and productivity in today's hyperproductive culture.
---

[บทความ - สุขภาพจิต, ความยืดหยุ่น - นัลลูรี่ ](https://www.naluri.life/th/community/articles)

# [สุขภาพจิตในที่ทำงาน และผลเสียจากการฝืนทำงานที่คนมักไม่รู้](https://www.naluri.life/th/community/articles/workplace-mental-health-and-the-quiet-cost-of-powering-through)

 เขียนโดย [นัลลูรี่](https://www.naluri.life/th/community/articles/author/naluri) - 22 ก.ย. 2025, 2:52:27

ในบางวันนั้นการที่เราสามารถพาตัวเองไปถึงที่ทำงานได้ก็ถือเป็นความสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง ในสายตาของคนอื่น คุณมาทำงานและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ แต่ไม่มีใครรู้ว่าภายในใจนั้นคุณกำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่แสนหนักหน่วงอยู่อย่างเงียบ ๆ ซึ่งทำให้คุณไม่มีอารมณ์ร่วมกับงาน รู้สึกเหนื่อยล้า และตั้งคำถามกับตัวเองว่ากำลังทำงานไปเพื่ออะไร

นั่นคือผลเสียของการฝืนตัวเองไปเรื่อย ๆ ที่คนมักไม่รู้ เมื่อการทำงานไม่ใช่เรื่องของการทุ่มทำอย่างเต็มที่ที่สุดอีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องของการประคองตัวให้รอดไปวัน ๆ ถ้าคุณรู้สึกว่าเรื่องนี้ตรงกับตัวเอง อยากให้รู้ว่าคุณไม่ได้เผชิญเรื่องนี้อยู่เพียงลำพัง มีคนอีกมากมายที่ไม่กล้าให้ความสำคัญกับตัวเองเมื่อเป็นเรื่องงาน เพราะรู้สึกผิดหรือรู้สึกละอายใจว่าเราเองก็ควรจัดการกับเรื่องต่าง ๆ ให้ได้เหมือนคนอื่น

เราทุกคนต่างก็เป็นนักวิจารณ์ที่โหดร้ายที่สุดต่อตัวเอง บางครั้งเราก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิตัวเองว่า “ยังพยายามไม่มากพอ” แต่ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปลี่ยนความคิดและมองในมุมใหม่ว่า การพักผ่อนหรือการหยุดพักไม่ใช่เรื่องของ  “ความขี้เกียจ”

เนื่องในโอกาสวันสุขภาพจิตโลก เราจะมาพูดถึงผลเสียที่ซ่อนเร้นซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาวะทางจิตใจของคุณ เมื่อคุณฝืนทนทำงานทั้ง ๆ ที่พลังใจไม่เหลือแล้ว ซึ่งการหยุดพักนั้นแท้จริงแล้วช่วยให้เกิดก้าวหน้า ไม่ใช่อุปสรรคต่อความก้าวหน้าแต่อย่างใด

## เมื่อการไปทำงานให้ความรู้สึกเหมือนภาระอันหนักอึ้งอย่างหนึ่ง

ในโลกที่เน้นผลผลิตสูงสุด ซึ่งวัฒนธรรมคลั่งงาน (Hustle Culture) ส่งเสริมให้เกิดความเครียดและไม่มีเวลาหยุดพักสำหรับคนที่ต้องการพัก การฝืนตัวเองไปเรื่อย ๆ เพื่อทำงานจึงมักเป็นทางเลือกเดียวที่มี สิ่งนี้ทำให้เราบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่า ให้เชิดหน้าสู้ไว้ แล้ววันหนึ่งเราจะได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

หากถามว่าความยากของมันอยู่ที่ตรงไหน คำตอบก็คือเพราะมันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นนั่นเอง คนมักคิดว่าคุณยังโอเคอยู่ เพราะคุณ “ยังคงไปทำงานได้” ทำให้บางครั้งทั้งตัวคุณเองและคนรอบข้างเผลอมองข้ามการต่อสู้อย่างเงียบ ๆ ที่คุณกำลังเผชิญอยู่

และหากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล มันก็ส่งผลเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ ในรูปแบบต่าง ๆ  เช่น

- **รู้สึกเฉยชาหรือหงุดหงิดง่าย **คุณจะสังเกตเห็นว่าตัวเองระเบิดอารมณ์กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือรู้สึกไม่มีอารมณ์ร่วมกับงานที่เคยรักอีกต่อไป
- **ตัดสินใจไม่ดีหรือทำงานพลาด** ความเหนื่อยล้าทำให้การตัดสินใจผิดพลาดได้ นำไปสู่ความผิดพลาดที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หรือทำให้งานล่าช้า
- **หมดไฟอย่างช้า ๆ** ยิ่งคุณฝืนตัวเองต่อไปโดยไม่แก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ยิ่งยากที่จะฟื้นตัวกลับมา หากคุณไม่ขอความช่วยเหลือ

### การขาดงานกับภาวะฝืนทำงาน ปัญหาสุขภาพจิตในที่ทำงาน 2 แบบที่มีความแตกต่างกัน

เมื่อพูดถึงสุขภาวะในที่ทำงาน การขาดงาน (Absenteeism) ซึ่งก็คือการที่พนักงานไม่มาทำงาน มักเป็นเรื่องหลักที่คนให้ความสำคัญ แต่ก็ยังมีปัญหาอีกแบบหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ มากกว่า นั่นก็คือภาวะฝืนทำงาน (Presenteeism) ซึ่งเป็นการที่ตัวของพนักงานอยู่ในที่ทำงาน แต่จิตใจและอารมณ์กลับเหนื่อยล้าและไม่ได้จดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า

การขาดงานแตกต่างจากภาวะฝืนทำงานตรงที่สามารถมองเห็นได้และวัดผลได้ เช่น การขาดงานบ่อยโดยไม่แจ้งล่วงหน้า การมาสาย หรือการกลับก่อนเวลาบ่อย ๆ ในขณะที่ภาวะฝืนทำงานมีลักษณะตรงกันข้ามเพราะสังเกตเห็นได้ยากกว่า เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด และยืดเยื้อเกินกว่าที่ควรจะเป็น

เพื่อให้เห็นภาพความรุนแรงของภาวะฝืนทำงาน [การสำรวจ AIA Vitality ปี 2019](https://www.aia.com.my/content/dam/my-wise/document/press-releases/2019/en/Press-Release_Malaysias-Healthiest-Workplace-2019_Malaysian-Workforce-Sleepless-and-Overworked_ENG_website.pdf?utm.) ในหัวข้อ “สถานที่ทำงานที่มีสุขภาพดีที่สุดในมาเลเซีย” พบว่า ในปี 2019 มาเลเซียสูญเสียเวลาทำงานไปโดยเฉลี่ย 73.3 วันต่อพนักงาน 1 คนต่อปี ทั้งจากการขาดงานและภาวะฝืนทำงาน เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ ที่่ทำการสำรวจ 

ตารางด้านล่างแสดงความแตกต่างในด้านต่าง ๆ ระหว่างการขาดงานและภาวะฝืนทำงาน

 

## การหยุดพักเพื่อก้าวต่อไปอย่างทรงพลัง

การเรียนรู้ที่จะถอยหลังและหยุดพักชั่วคราวในขณะที่คุณติดอยู่ในวงจรของการฝืนทำงานอาจทำให้รู้สึกขัดกับความเคยชินของตัวเอง แต่การรู้ว่าเมื่อใดควรหยุดและเมื่อใดควรขอความช่วยเหลือจะช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นทางจิตใจอย่างแท้จริง โดยสามารถดูแนวทางได้จากกรอบแนวคิดต่อไปนี้ แล้วนำไปปรับใช้ได้ตามต้องการ

- **สังเกตสัญญาณเตือน** หากคุณรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลาแต่ก็ “ยุ่งมาก” จนหยุดพักไม่ได้ นั่งเหม่อในที่ประชุม รู้สึกไม่อินกับงานแม้ตอนที่กำลังนำเสนองาน สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณที่บอกคุณว่าถึงเวลาให้ความสำคัญกับการหยุดพักแล้ว
- **บอกได้ว่าตนเองกำลังรู้สึกอย่างไร** การยอมรับว่า “ฉันกำลังรู้สึกไม่โอเค” อาจทำให้คุณรู้สึกกลัว แต่การรู้ว่าสิ่งที่ตนเองกำลังรู้สึกอยู่นั้นคืออะไรคือก้าวสำคัญที่ทรงพลังซึ่งจะช่วยให้คุณก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
- **เริ่มจากการทำสิ่งเล็ก ๆ ก่อน **เช่น เดิน 10 นาที หยุดพักเพื่อตั้งสติ หรือกำหนดขอบเขตด้วยการเรียนรู้ที่จะพูดปฏิเสธ 

หากคุณเป็นหัวหน้าทีม สิ่งสำคัญที่ควรทำคือการสื่อสารให้คนในทีมทราบว่า การพักหรือการหยุดชั่วคราวเป็นเรื่องปกติและเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ความปลอดภัยในเชิงจิตวิทยา (Psychological Safety) คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมให้คนในทีมรู้สึกสบายใจที่จะพูด แสดงความคิดเห็น และแสดงความอ่อนแอได้

ตามผลสำรวจของ McKinsey พบว่า พนักงานมากถึง [89%](https://www.mckinsey.com/featured-insights/leadership/five-fifty-is-it-safe) เชื่อว่าความปลอดภัยในเชิงจิตวิทยาในที่ทำงานเป็นสิ่งจำเป็น

เริ่มต้นด้วยการพูดคุยในเรื่องที่นอกเหนือจากตัวชี้วัด (KPIs) ด้านการทำงาน เช่น พูดคุยเพื่อเช็กพลังกายพลังใจของคนในทีม และทำสิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยในเชิงจิตวิทยา

### สุขภาพจิตในที่ทำงาน การสร้างความปลอดภัยในเชิงจิตวิทยาสำหรับการทำงาน

1. **เปิดกว้างเพื่อเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่น **ยอมรับความผิดพลาดและแบ่งปันบทเรียนที่ได้เรียนรู้ให้กันและกัน
2. **เชิญชวนให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น** ถามความเห็นของทุกคนอย่างตั้งใจ โดยเฉพาะจากคนในทีมที่มักเงียบหรือไม่กล้าพูดแสดงความเห็น
3. **ทำให้เรื่องการหยุดพักเป็นเรื่องปกติ **แสดงออกให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าการพักและการไม่ได้ “พร้อมทำงานตลอดเวลา” เป็นเรื่องที่ยอมรับได้
4. **ตอบสนองด้วยความรอบคอบและใส่ใจ **รับรู้ความรู้สึกของผู้อื่นโดยไม่วิจารณ์หรือด่วนสรุป
5. **กำหนดขอบเขตเล็ก ๆ **ส่งเสริมให้พูดปฏิเสธ และชี้แจงสิ่งที่คาดหวังให้ชัดเจน

ความปลอดภัยในเชิงจิตวิทยาจะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้นำแสดงความเป็นมนุษย์ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนด้วยการยอมรับความผิดพลาด รับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง และรับผิดชอบต่อหน้าที่ ซึ่งจะส่งสัญญาณให้พนักงานรับรู้ว่า พวกเขาก็สามารถแสดงความเป็นมนุษย์ได้เช่นกัน

## ทำแบบประเมินสุขภาพจิตของ Naluri

การมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมเริ่มต้นได้ด้วยการตระหนักรู้ การทำแบบประเมินสุขภาพจิตจะช่วยให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงของตนเองและสามารถจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นได้ มาลองทำ[แบบประเมินสุขภาพจิตของ Naluri](https://web.naluri.life/campaigns/wmhd2025?locale=th&utm_source=hubspot_TH&utm_medium=blog&utm_campaign=wmhd2025) ซึ่งคุณจะได้รับทรัพยากรและคำแนะนำฟรีตามระดับความเสี่ยงของคุณอีกด้วย

นอกจากนั้น แบบประเมินยังมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับชีวิตการทำงานของคุณ ซึ่งช่วยให้ Naluri เข้าใจปัจจัยในชีวิตที่อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของคุณได้

หากสนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญวันสุขภาพจิตโลก 2025 ของเราได้[ที่นี่](https://www.naluri.life/th/wmhd2025?hsLang=th)

<https://web.naluri.life/campaigns/wmhd2025?locale=th&utm_source=hubspot_TH&utm_medium=blog&utm_campaign=wmhd2025>

[ดูโพสต์ฉบับเต็ม](https://www.naluri.life/th/community/articles/workplace-mental-health-and-the-quiet-cost-of-powering-through)

```json
{
  "@context" : "http://schema.org",
  "@type" : "BlogPosting",
  "author" : {
    "@type" : "Person",
    "name" : "นัลลูรี่"
  },
  "dateModified" : "2025-10-07T07:02:11.262Z",
  "datePublished" : "2025-09-22T02:52:27Z",
  "headline" : "สุขภาพจิตในที่ทำงาน และผลเสียจากการฝืนทำงานที่คนมักไม่รู้",
  "image" : {
    "@type" : "ImageObject",
    "height" : 875,
    "url" : "https://3801355.fs1.hubspotusercontent-na2.net/hubfs/3801355/Workplace%20Mental%20Health%20and%20The%20Quiet%20Cost%20of%20Powering%20Through.svg",
    "width" : 1750
  },
  "mainEntityOfPage" : "https://www.naluri.life/th/community/articles/workplace-mental-health-and-the-quiet-cost-of-powering-through",
  "publisher" : {
    "@type" : "Organization",
    "logo" : {
      "@type" : "ImageObject",
      "height" : 60,
      "url" : "/hs/hsstatic/content_shared_assets/static-1.4092/img/default-amp-logo.png",
      "width" : 60
    },
    "name" : "บทความ"
  }
}
```