กรณีศึกษาและรายงาน

คู่มือสำหรับฝ่ายทรัพยากรบุคคลในการจัดการโรคเรื้อรังอย่างมีประสิทธิภาพ - Naluri

เขียนโดย นัลลูรี่ - 20 พ.ค. 2026, 2:14:59

การเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือด กำลังเพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มประชากรวัยทำงานในเอเชีย ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการขาดงาน ภาวะฝืนทำงานหรือการที่พนักงานยังคงมาทำงานแต่ประสิทธิภาพลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล โดยอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคาดการณ์ว่าจะสูงถึง 12.3% ในปี 2025 ส่งผลให้นายจ้างหันมาให้ความสำคัญกับสวัสดิการแบบบูรณาการและโซลูชันด้านสุขภาวะมากขึ้น เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและยกระดับสุขภาพของพนักงาน 

สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคล ซึ่งบทบาทในการส่งเสริมสุขภาวะของพนักงานกำลังขยายขอบเขตอย่างต่อเนื่อง คู่มือนี้จะช่วยมอบแนวทางการดำเนินงานที่นำไปใช้ได้จริงสำหรับการจัดการโรคเรื้อรังในที่ทำงาน เนื้อหาครอบคลุมข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติได้ทันที รวมทั้งมีข้อเสนอแนะในการออกแบบและดำเนินโครงการที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น และสนับสนุนสุขภาวะในระยะยาวของพนักงาน 

ผลกระทบของโรคเรื้อรังในที่ทำงาน 

โรคเรื้อรังหรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases หรือ NCDs) คือภาวะสุขภาพระยะยาวที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นและจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคอ้วน ซึ่งโรคทั้งหมดนี้ล้วนต้องการการบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง เพื่อคงไว้ซึ่งสุขภาวะโดยรวม 

อัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มพนักงานส่งผลกระทบต่อองค์กรอย่างมาก เช่น 

  • ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลเพิ่มสูงขึ้น: โรคเรื้อรังถือเป็นสัดส่วนที่สูงมากของค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่นายจ้างต้องแบกรับ โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง ความเครียด และการขาดกิจกรรมทางกาย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น
  • การสูญเสียผลิตภาพ (Productivity): โรคเรื้อรังที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมส่งผลให้เกิดการขาดงาน และภาวะฝืนทำงานหรือการที่พนักงานยังคงมาทำงานแต่ประสิทธิภาพลดลง ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของพนักงานลดลง
  • ผลกระทบด้านวัฒนธรรมองค์กร: สุขภาพที่ย่ำแย่มักนำไปสู่ขวัญกำลังใจที่ลดลง ความเครียด การขาดความผูกพันกับองค์กร และอัตราการลาออกของพนักงานที่เพิ่มสูงขึ้น

รูปแบบการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid) และพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบเนือยนิ่ง (Sedentary Lifestyles) ยิ่งทำให้พนักงานมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังมากขึ้น โดยจากผลการศึกษาปี 2024 ของ Naluri พบว่า พนักงานในเอเชียจำนวน 46% ระบุว่ามีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอในแต่ละสัปดาห์ โดยคนรุ่นที่อายุน้อยกว่ามีความเสี่ยงสูงกว่า ซึ่งมีเจนซี (Gen Z) ถึง 49% และมิลเลนเนียล (Millennials) ถึง 45% ที่รายงานว่ามีกิจกรรมไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับเจนเอ็กซ์ (Gen X) ซึ่งอยู่ที่ 33%

ดังนั้น แม้ว่าการทำงานทางไกล (Remote Work) จะช่วยให้พนักงานจำนวนมากทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ทำให้เกิดความท้าทายใหม่ในการจัดการโรคเรื้อรังเช่นกัน

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการโรคเรื้อรัง

การจัดการโรคเรื้อรัง (Chronic Disease Management หรือ CDM) คือแนวทางการดำเนินงานเชิงรุกที่มีการประสานงานร่วมกัน เพื่อป้องกัน ติดตาม และจัดการภาวะสุขภาพในระยะยาว โดยครอบคลุมตั้งแต่การตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น การรักษาที่มีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาอาการและป้องกันโรคแทรกซ้อน

นายจ้างมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการจัดการโรคเรื้อรังอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการจัดโปรแกรมด้านสุขภาพที่มอบทรัพยากร สิ่งจูงใจ และสวัสดิการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้พนักงานมีวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น และสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาได้ดียิ่งขึ้น

เป้าหมายของการจัดการโรคเรื้อรังในที่ทำงาน

โปรแกรมการจัดการโรคเรื้อรัง (Chronic Disease Management Programme หรือ CDMP) ที่ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นของบุคลากร และสร้างสถานที่ทำงานที่พนักงานมีความผูกพันต่อองค์กรมากขึ้น โปรแกรมเหล่านี้มุ่งสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับองค์กร โดยเน้นไปที่วัตถุประสงค์หลักดังต่อไปนี้ 

  • ยกระดับผลลัพธ์ด้านสุขภาพ: การจัดการโรคเรื้อรังอย่างเหมาะสมจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงานให้ดีขึ้น รวมถึงลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนและการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
  • ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ: การดูแลเชิงป้องกันจะช่วยควบคุมการเคลมค่ารักษาพยาบาลที่เกินความจำเป็นและลดค่าใช้จ่ายจากกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน
  • เพิ่มการมีส่วนร่วมและผลิตภาพ: พนักงานที่มีสุขภาพดีจะลาป่วยน้อยลง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งผลให้การทำงานร่วมกันในทีมดียิ่งขึ้น 
  • ส่งเสริมวัฒนธรรมที่ทำงานที่เกื้อหนุนกัน: การให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงานช่วยสร้างความไว้วางใจ ความภักดีต่อองค์กร และวัฒนธรรมที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพภายในองค์กร 

5 หลักการสำคัญของการจัดการโรคเรื้อรัง

โปรแกรมการจัดการโรคเรื้อรังที่แข็งแกร่งนั้นจะต้องสร้างขึ้นโดยยึดหลักการสำคัญที่ไม่เพียงตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพแบบเร่งด่วนเท่านั้น แต่ยังต้องช่วยวางรากฐานสำหรับสุขภาวะของพนักงานในระยะยาวอีกด้วย

1. การป้องกันและการแทรกแซงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การป้องกันโรคเรื้อรังมักทำได้ง่ายกว่าและคุ้มค่ากว่าการจัดการหรือรักษาโรคเรื้อรัง การตรวจคัดกรองโรคเป็นประจำและการตรวจร่างกายประจำปีสามารถช่วยให้พบปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น ความดันโลหิตสูงหรือระดับคอเลสเตอรอลสูง และช่วยยับยั้งปัญหาเหล่านั้นได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

2. แผนการดูแลเฉพาะบุคคล

โปรแกรมจัดการโรคเรื้อรังที่มีประสิทธิภาพจะมุ่งเน้นการดูแลแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งครอบคลุมปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และสังคม ผู้เข้าร่วมอาจได้รับการโค้ชแบบตัวต่อตัว หรือได้เข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ติดตามความก้าวหน้าและปรับคำแนะนำแบบเรียลไทม์ แนวทางที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลนี้ช่วยให้การดูแลที่ได้รับตรงกับความต้องการ มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนสำหรับพนักงานแต่ละคน

3. การทำงานร่วมกันแบบสหสาขาวิชาชีพ

การดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน ซึ่งประกอบไปด้วยบุคลากรทางการแพทย์ โค้ชสุขภาพ และทีมทรัพยากรบุคคล ที่ทำงานร่วมกันเพื่อมอบการสนับสนุนแบบองค์รวมให้กับพนักงาน นอกจากนี้ การร่วมมือกับผู้ให้บริการโซลูชันสุขภาพดิจิทัลอย่าง Naluriก็ยังช่วยให้องค์กรสามารถขยายการดำเนินงานของโปรแกรมได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพ

4. การติดตามอย่างต่อเนื่องและข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยดาต้า

โปรแกรมที่ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีการติดตามสถานะสุขภาพ การมีส่วนร่วม และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงของพนักงาน เพื่อให้มั่นใจว่าโปรแกรมยังคงมีความสอดคล้องกับความต้องการและมีประสิทธิภาพ โดยการพูดคุยสอบถามเป็นประจำ แบบสอบถามด้านสุขภาพ และระบบการติดตามแบบเรียลไทม์ จะช่วยให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลสามารถสามารถระบุปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ พร้อมทั้งปรับมาตรการดูแลตามการวิเคราะห์ข้อมูลที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง 

5. การให้ความรู้และเสริมศักยภาพแก่พนักงาน

เมื่อพนักงานได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้และเข้าถึงเครื่องมือในการจัดการสุขภาพของตนเอง พวกเขามีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนและรักษาพฤติกรรมเชิงบวกได้อย่างยั่งยืน การจัดเวิร์กชอปให้ความรู้ด้านสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับโภชนาการ การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด จึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่พนักงานมีความพร้อมและเต็มใจที่จะดูแลสุขภาวะของตนเอง

การสร้างโปรแกรมการจัดการโรคเรื้อรังที่มีประสิทธิภาพ

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาแนวทางในการนำโปรแกรมการจัดการโรคเรื้อรังมาใช้กับพนักงาน นี่คือ 5 ขั้นตอนที่จะช่วยคุณในการพัฒนาโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนที่ 1: ประเมินความต้องการด้านสุขภาพของพนักงาน

  • จัดทำการสำรวจแบบไม่ระบุตัวตน การประเมินสุขภาพ และการวิเคราะห์ข้อมูลการเคลมค่ารักษาพยาบาล เพื่อระบุความต้องการเฉพาะของพนักงานในองค์กรของคุณ
  • มุ่งเน้นการจัดการกับโรคเรื้อรังหรือปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มพนักงาน
  • พิจารณาข้อมูลประชากรและความท้าทายเฉพาะของพนักงาน เช่น อายุ เพศ และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ขั้นตอนที่ 2: วางแผนและออกแบบแนวทางการดูแล

  • กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและวัดผลได้ ซึ่งสนับสนุนทั้งสุขภาวะของพนักงานและเป้าหมายขององค์กร เช่น การลดการขาดงาน หรือการปรับปรุงตัวชี้วัดทางสุขภาพ เช่น ความดันโลหิต
  • ทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เพื่อเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพนักงานของคุณ เช่น การโค้ชด้านสุขภาพ การจัดการการใช้ยา หรือโปรแกรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง
  • ออกแบบเส้นทางการดูแลแบบแยกส่วน เพื่อความยืดหยุ่นในการจัดการกับกลุ่มโรคเรื้อรังที่หลากหลาย 

ขั้นตอนที่ 3: สร้างการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมจากผู้นำองค์กร

  • สื่อสารให้เห็นถึงเหตุผลทางธุรกิจ (Business Case) ในการลงทุนด้านสุขภาวะของพนักงาน รวมถึงผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่องค์กรอาจได้รับ
  • ขอการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง เพื่อจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็น พร้อมทั้งส่งเสริมให้กลุ่มผู้นำร่วมเป็นต้นแบบที่ดีผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างจริงจัง
  • ให้ผู้นำมีส่วนร่วมในกระบวนการวางแผน เพื่อเสริมสร้างความมุ่งมั่นและทำให้เกิดความสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร

ขั้นตอนที่ 4: ดำเนินการสนับสนุนผ่านหลากหลายช่องทาง 

  • ผสานเครื่องมือดิจิทัล เช่น แอปติดตามความก้าวหน้าและการโค้ชแบบออนไลน์ เข้ากับการจัดกิจกรรมแบบออนไซต์ เช่น การตรวจคัดกรองสุขภาพ การจัดเวิร์กชอป และกิจกรรมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเพื่อนพนักงาน 
  • จัดทำแผนการสื่อสารเพื่อประชาสัมพันธ์โปรแกรมการจัดการโรคเรื้อรัง และแจ้งให้พนักงานทราบถึงทรัพยากรที่สามารถเข้าใช้งานได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น อีเมล แอปส่งข้อความกลุ่ม หรือโซเชียลเน็ตเวิร์กภายในองค์กร
  • ส่งเสริมให้พนักงานใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสนับสนุนเหล่านี้ โดยบูรณาการโปรแกรมสุขภาพเข้าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายบริษัท หรือมอบรางวัลและสิทธิประโยชน์เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเข้าร่วมโครงการ 

ขั้นตอนที่ 5: วัดผลและปรับปรุง

  • ติดตามตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลัก (KPIs) เช่น อัตราการเข้าร่วม ผลลัพธ์ด้านสุขภาพ และการลดลงของการเคลม เพื่อประเมินประสิทธิภาพของโปรแกรม
  • จัดเก็บข้อมูลความคิดเห็นจากพนักงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำมาปรับปรุงการออกแบบและการดำเนินงานของโปรแกรมให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • พิจารณาเกณฑ์เปรียบเทียบภายนอก และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) เพื่อให้มั่นใจว่าโปรแกรมของคุณยังคงมีความสามารถในการแข่งขันและมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ

โปรแกรมจัดการโรคเรื้อรังแบบต่อเนื่องกับแบบระยะสั้น: แบบใดได้ผลดีที่สุด?

เมื่อต้องออกแบบกลยุทธ์การจัดการโรคเรื้อรัง ผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลจำเป็นต้องพิจารณาเลือกระหว่างโปรแกรมแบบต่อเนื่อง โปรแกรมระยะสั้น หรือการผสมผสานทั้งสองรูปแบบเข้าด้วยกัน

แม้ว่าโปรแกรมแบบต่อเนื่องมักจะมีประสิทธิผลมากกว่าในการบริหารจัดการกลุ่มโรคเรื้อรัง แต่ในบางกรณีโปรแกรมระยะสั้นก็อาจมีความเหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะขององค์กรได้ดีกว่า

 

ท้ายที่สุดแล้ว แนวทางที่เหมาะสมที่สุดจะขึ้นอยู่กับความต้องการและความท้าทายเฉพาะตัวขององค์กรของคุณ โดยควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น  

  • ความรุนแรงและประเภทของโรคเรื้อรังที่พบในกลุ่มพนักงาน
  • งบประมาณและทรัพยากรที่องค์กรมีอยู่
  • ความต้องการของพนักงานว่าอยากทำงานแบบยืดหยุ่นหรือแบบที่มีกรอบเวลาชัดเจน
  • ให้ความสำคัญกับเป้าหมายระยะยาวหรือความต้องการเร่งด่วนในตอนนี้มากกว่ากัน

การร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านโปรแกรมจัดการโรคเรื้อรังที่มีประสบการณ์อย่าง Naluri จะสามารถช่วยให้ผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลรับมือกับความซับซ้อนของการจัดการโรคเรื้อรัง และเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับองค์กรได้ โดยผสานความเชี่ยวชาญของพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ เข้ากับโปรแกรมที่ออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งความต้องการของพนักงานแต่ละคนและความต้องการขององค์กร ทีมทรัพยากรบุคคลจะสามารถยกระดับสุขภาวะของพนักงาน จัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล พร้อมทั้งช่วยผลักดันให้ผลการดำเนินงานของธุรกิจดีขึ้นอย่างชัดเจน 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของ Naluri ว่าสามารถสนับสนุนสุขภาพและสุขภาวะของพนักงานของคุณได้อย่างไร สามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมการจัดการโรคเรื้อรังของเรา หรือติดต่อเราเพื่อพูดคุยกับฝ่ายขายของเราได้เลย